ไพ่เสือมังกรเกมส์พนันไพ่จบที่ใบเดียว

ไพ่เสือมังกรเกมส์พนันไพ่จบที่ใบเดียว

ไพ่เสือมังกรเกมส์พนันไพ่จบที่ใบเดียว เป็นเกมส์ไพ่ที่มีความเหมือนกับเกมส์บาคาร่าเป็นอย่างมาก แต่ต่างกันตรงที่ บาคาร่านั้นสามารถวางเดิมพ้นได้หลายแบบ มีการเล่นที่หลากหลายมากกว่า และสามารถเรียกไพ่ได้สามใบ เเต่ไพ่เสือมังกรนั้น ไม่สามารถที่จะเรียกเพิ่มได้ ซึ่งก็คือเปิดไฟใบเดียวสามารถ ก็รู้ผลเเพ้ชนะกันเเล้ว ใช้ระยะเวลาไม่นานในการเล่นแต่ละเกมส์

กติกาการเล่น เสือมังกร

ในการวางเดิมพันท่านสามารถเลือกวางเดิมพันได้ 3 แบบ นั้นก็คือ

  • แทงฝั่งมังกร (Dragon)

การแทงฝั่งมังกร หรือ ฝั่งสีแดง คือการที่เราวางเดิมพันว่า แต้มของฝั่งมังกรจะมากกว่าแต้มของฝั่งเสือ ซึ่งผู้เล่นฝั่งมังกรจะได้รับไพ่ และมีโอกาสได้เปิดไพ่ก่อน ทำให้รู้คะแนนก่อนนั่นเอง โดยอัตราการจ่ายเงินเดิมพันอยู่ที่ 1:1

  • แทงฝั่งเสือ (Tiger)

แทงฝั่งเสือ หรือ ฝั่งสีน้ำเงิน ก็คือการที่ทายว่าฝั่งเสือจะมีแต้มมากกว่าฝั่งมังกรนั่นเอง ซึ่งผู้เล่นฝั่งเสือจะได้รับไพ่ทีหลัง ซึ่งทำให้รู้คะแนนทีหลังฝั่งมังกร โดยอัตราการจ่ายเงินเดิมพันอยู่ที่ 1:1 เช่นเดียวกัน

  • แทงเสมอ (Tie)

การแทงรูปแบบนี้ คือการที่เราเลือกเดิมพันว่า แต้มของทั้งสองฝั่งจะมีค่าเท่ากัน ซึ่งโอกาสที่ไพ่ทั้งสองฝั่งจะออกมาเสมอกันนั้นเป็นไปได้ง่ายกว่าเกมไพ่ชนิดอื่นๆ จึงทำให้อัตราจ่ายเงินเดิมพันสูงถึง 1:8 กันเลยทีเดียว

โดยในเกมส์แต่ล่ะเกมส์จะมีเวลาวางเดิมพันเพียง 25-50 วินาที แล้วแต่โต๊ะและเว็บไซต์ที่ท่านเลือกเล่น ก่อนที่ดีลเลอร์จะทำการหยุดรับการวางเดิมพันแล้วเปิดไพ่ ซึ่งแต้มคะแนนของไพ่แต่ละใบ จะมีความหมายตามตัวเลขที่ปรากฏบนหน้าไพ่ ดังนี้

การนับแต้มนั้นก็จะคล้ายๆ กับไพ่บาคาร่านั้นเองจึงทำให้เล่นง่ายไม่ยุ่งยากเหมาะสำหรับมือใหม่และมืออาชีพ มาเริ่มดูกันดีกว่าการนับแต้มของเกมไพ่เสือมังกรนับกันยังไงบ้าง

  • ไพ่ใบใดก็ตามที่มีแต้มเป็นตัวเลขเช่น เลข 2 เลข 3 เลข 4 จะนับแต้มตามตัวเลขนั้นๆ
  • ส่วนไพ่ที่เป็นตัวอักษรหรือภาษาอังกฤษ คือ A = 1 แต้ม / J = 11 แต้ม / Q = 12 แต้ม / K=13 แต้ม
  • แต้มที่มากที่สุด คือ K=13 แต้มเป็นแต้มที่มากที่สุดในเกม
  • แต้มที่ต่ำที่สุด คือ A = 1 แต้ม

การตัดสินแพ้ชนะนั้น จะดูที่จำนวนคะแนนของไพ่แต่ล่ะฝั่ง และดีลเลอร์นั้นจะแจกไพ่ฝั่งล่ะใบ เพื่อที่จะเป็นการวัดดวงไปเลยว่าไพ่ฝั่งใหนจะมีคะแนนมากกว่ากัน หากผลออกเสมอ(Tie) ท่านที่วางเดิมพันในช่อง เสือหรือมังกร จะเสืยเงินเดิมพันเพียง 50% เช่นท่านวางเดิมพันมังกร 100 บาท แต่ผลออกมาเป็นเสมอ ท่านจะเสียเงินเพียง 50 เหลือทอน 50 บาทนั้นเอง

วิธีการเล่นเกมไพ่เสือมังกรออนไลน์

สำหรับวิธีการเล่นไพ่เสือมังกร หรือเดิมพันเกมไพ่เสือมังกรออนไลน์ ดูหนังออนไลน์ นั้น จะใช้ระยะเวลาในการเล่นแต่ละรอบไม่นาน โดยใช้เวลาเพียงแค่ 20 – 40 วินาทีเท่านั้นเองครับ เกมไพ่เสือมังกร เป็นเกมไพ่ที่ถือว่าเล่นได้ง่ายมากที่สุดรูปแบบหนึ่ง เนื่องจากเป็นการวัดผลกันด้วยไพ่แค่เพียง 1 ใบ ถือว่ามีส่วนทำให้ชนะการเดิมพันได้ง่ายๆ แต่อย่างไรก็ตามสำหรับใครที่ยังไม่เคยเข้าเล่น คุณสามารถทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ได้เลย

  1. เลือกเดิมพันระหว่าง เสือ , มังกร หรือ เสมอ (บางคาสิโนอาจมีตัวเลือกมากกว่านี้)
  2. ดีลเลอร์จะแจกไพ่ให้ มังกร หรือสีแดง 1 ใบ และตามด้วยแจกไพ่ฝ่ายเสือ หรือสีน้ำเงินอีก 1 ใบ
  3. เมื่อเปิดไพ่มาแล้ว จะนับแต้มจากไพ่ที่เปิดขึ้นมาเพียงใบเดียว ฝ่ายไหนมีคะแนนมากกว่า ถือว่าเป็นฝ่ายที่ชนะ และได้รับเงินเดิมพันไป
  4. จบเกม

ตำแหน่งวางเดิมพัน และอัตราการจ่ายผลตอบแทน

ตัวเลือกในการวางเดิมพัน และอัตราการจ่ายผลตอบแทน จะมีความแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเว็บคาสิโนออนไลน์ Ufa24  ที่เข้าไปวางเดิมพันด้วย แต่โดยปกติแล้วท่านจะสามารถวางเดิมพันได้ทั้งหมด 7 รูปแบบ โดยจะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันอยู่บ้าง ดังต่อไปนี้

1. การวางเดิมพันเสือ หรือ Tiger : การเดิมพันรูปแบบนี้จะเป็นการเลือกวางเดิมพันว่าไพ่ของฝ่ายเสือจะเป็นฝ่ายที่มีแต้มมากกว่าฝ่ายมังกร อัตราการจ่ายเงินรางวัลอยู่ที่ 1 : 1 เท่า แต่ในกรณีที่ผลการเดิมพันในตานั้นออกเสมอ ผู้เล่นจะได้เงินคืนครึ่งหนึ่งของเงินเดิมพันในรอบนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น ผู้เล่นวางเดิมพัน จำนวน 100 บาท หากผลการเดิมพันออกเสมอ ผู้เล่นจะต้องเสีย 50 บาท และจะได้เงินเดิมพันคืน 50 บาท นั่นเอง

  • ตัวอย่างการลงเดิมพัน : ผู้เล่นลงเดิมพันตำแหน่งเสือ จำนวนเงิน 100 บาท หากเสือเป็นฝ่ายที่ชนะเดิมพัน ผู้เล่นจะได้รับเงินรางวัล 200 บาท รวมเงินลงเดิมพันแล้ว

2. การวางเดิมพันมังกร หรือ Dragon การเดิมพันรูปแบบนี้จะเป็นรูปแบบการวางเดิมพันของฝ่ายมังกรว่าจะเป็นฝ่ายที่มีคะแนนแต้มที่เยอะมากกว่าฝ่ายเสือ อัตราการจ่ายเงินรางวัลอยู่ที่ 1 : 1 เท่า ในกรณีที่ผลการเดิมพันออกเสมอ ผู้เล่นจะได้เงินคืนครึ่งหนึ่งของเงินเดิมพันในรอบนั้น

  • ตัวอย่างการลงเดิมพัน : ผู้เล่นลงเดิมพันตำแหน่งมังกร จำนวนเงิน 100 บาท หากมังกรเป็นฝ่ายชนะเดิมพัน ผู้เล่นจะได้รับเงินรางวัล 200 บาท รวมเงินลงเดิมพันแล้ว

3. การวางเดิมพันเสมอ การเดิมพันรูปแบบนี้จะเป็นการเลือกวางเดิมพันว่าคะแนนของทั้งสองฝ่ายจะมีคะแนนเท่ากัน อัตราการจ่ายเงินรางวัลเท่ากับ 1 : 8 เท่า

  • ตัวอย่างการลงเดิมพัน : ผู้เล่นลงเดิมพันตำแหน่งเสมอ จำนวนเงิน 100 บาท หากชนะการเดิมพัน ผู้เล่นจะได้รับเงินรางวัล 900 บาท รวมเงินลงเดิมพันแล้ว

4. การวางเดิมพันเสือคู่ การเดิมพันรูปแบบนี้จะเป็นการทายว่าไพ่ฝ่ายเสือจะมีหน้าไพ่เป็นแต้มคู่ อัตราการจ่ายเงินรางวัลเท่ากับ 1 : 1.05 เท่า

  • ตัวอย่างการลงเดิมพัน :  ผู้เล่นลงเดิมพันตำแหน่งเสือคู่ จำนวนเงิน 100 บาท หากชนะเดิมพัน ผู้เล่นจะได้รับเงินรางวัล 205 บาท รวมเงินลงเดิมพันแล้ว

5. วางเดิมพันเสือคี่ การเดิมพันรูปแบบนี้จะเป็นการทายว่าให้ฝ่ายเสือจะมีหน้าไพ่เป็นแต้มคี่ อัตราการจ่ายเงินรางวัลเท่ากับ 1 : 0.75 เท่า

  • ตัวอย่างการลงเดิมพัน :  ผู้เล่นลงเดิมพันตำแหน่งเสือคี่ จำนวนเงิน 100 บาท หากชนะเดิมพัน ผู้เล่นจะได้รับเงินรางวัล 175 บาท รวมเงินลงเดิมพันแล้ว

6. การวางเดิมพันมังกรคู่ การเดิมพันรูปแบบนี้จะเป็นการทายว่าไพ่ฝ่ายมังกรจะมีหน้าไพ่เป็นแต้มคู่ อัตราการจ่ายเงินรางวัลเท่ากับ 1 : 1.05 เท่า

  • ตัวอย่างการลงเดิมพัน : ผู้เล่นลงเดิมพันตำแหน่งมังกรคู่ จำนวนเงิน 100 บาท หากเป็นฝ่ายชนะเดิมพัน ผู้เล่นจะได้รับเงินรางวัล 205 บาท รวมเงินลงเดิมพันแล้ว

7. การวางเดิมพันมังกรคี่ การเดิมพันรูปแบบนี้จะเป็นการเลือกวางเดิมพันว่าไพ่ของฝ่ายมังกรจะมีคะแนนหน้าแต้มเป็นคี่ อัตราการจ่ายเงินรางวัลเท่ากับ 1 : 0.75 เท่า

  • ตัวอย่างการลงเดิมพัน :  ผู้เล่นลงเดิมพันตำแหน่งมังกรคี่ จำนวนเงิน 100 บาท หากเป็นฝ่ายชนะเดิมพัน ผู้เล่นจะได้รับเงินรางวัล 175 บาท รวมเงินลงเดิมพันแล้ว

ในการเดิมพันในรูปแบบของ คู่ / คี่ อาจทำให้ท่านเสียเปรียบ เพราะในกรณีที่เกิดออก 7 แต้มในฝ่ายที่เดิมพัน นั่นจะแปลว่าท่านจะเสียเงินเดิมพันทันที ไม่ว่าจะเดิมพันคู่ หรือเดิมพันคี่ก็ตาม เนื่องจากไพ่มี 13 ใบ จึงมีการตัดใบหนึ่งใบนั้นออก เพื่อทำให้เกิดความสูสีในการเดิมพัน ซึ่งนั่นก็คือไพ่ 7

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *